วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

วัดพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ อีกหนึ่งที่เที่ยวสวยในไทย Unseen Thailand ที่มากๆ จนต้องร้อง อู้หูววว! ตั้งอยู่ที่นี่เลยค่ะ วัดพระบาทปู่ผาแดง หรือ วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ วัดสวย ลำปาง ในอำเภอแจ้ห่ม ความไม่ธรรมดาของวัดแห่งนี้ก็คือ มีเจดีย์สีขาว ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ตัวศาลาของวัดและเจดีย์มีความสูงถึง 815 เมตรจากระดับน้ำทะเล จนถ้าได้ไปเห็นด้วย สายตาของตัวเอง เราจะนึกขึ้นมาเลยค่ะว่า “สร้างเจดีย์บนยอดเขาแบบนี้ได้ยังไง!”

วัดเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งอยู่บนยอดเขาที่เรียกกันว่า ดอยปู่ยักษ์ ในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าดอยพระบาท ซึ่งภายในวัดมี รอยพระพุทธบาท ประดิษฐานอยู่ด้วย และ มีเจดีย์ตั้งอยู่บนยอดเขาเป็นไฮไลท์ของวัดอย่างที่เราได้บอกไปค่ะ 

ในอดีตนั้นยังไม่ได้มีการสร้างทางขึ้นเขา ชาวบ้านที่ ศรัทธา จะต้องเดินขึ้นเขาฝ่าดง เพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาท อย่างยากลำบากเลยทีเดียวค่ะ ต่อมาเมื่อ หลวงพ่อไพบูลย์ สุมัคโล เจ้าอาวาส วัดอนาลโยทิพยาราม จังหวัดพะเยา ได้เดินทางมาสักการะ รอยพระพุทธบาท เกิดพลังศรัทธา และ ประสงค์จะพัฒนาสร้างวัด

จนเมื่อปี พ.ศ.2547 คณะสงฆ์จึงมีมติให้สร้าง วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชาชานุสรณ์ ขึ้น ในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระราชสมภพครบ 200 ปี

การเดินทาง
วิธีขึ้นไปยอดเขา วัดเฉลิมพระเกียรติฯ

เมื่อมองไปทางขวาจะเห็นเป็นวิวของ องค์พระธาตุสีทอง บนยอดเขา และ หากมองมาทางซ้ายจะเห็นเจดีย์สีขาว 5 องค์อยู่ริมชะง่อนผา หินไกลๆ มองแล้วก็ต้องทึ่งว่าใครหนอช่างมีความพยายามไป สร้างเจดีย์ ไว้ในที่ที่แม้แต่เดินตัวเปล่าก็ยังยากลำบากแต่ด้วยแรงศรัทธา ของ มนุษย์ก็สามารถทำเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้ให้เกิดขึ้นได้อย่าง น่ามหัศจรรย์ 

เมื่อมาถึงยอดเขาด้านบน จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือฝั่งทางขวาจะได้ขึ้นไป นมัสการองค์พระธาตุ ซึ่งต้องเดินขึ้นบันไดเล็กๆ ชันๆ ขึ้นไป แต่วิวด้านบนนั้น งดงาม เป็นอย่างยิ่ง มองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอแจ้ห่ม และ มองเห็นบริเวณวัด วัดเฉลิมพระเกียรติฯ ที่อยู่ด้านล่าง และ อีกส่วนคือ ฝั่งซ้ายเรียกว่าศาลาสวดมนต์ จุดนี้ไม่ได้มีพระสงฆ์จำวัดอยู่ แต่จะเป็นสถานที่ที่พระจะขึ้นมาสวดมนต์ทุกวันแรม 8 ค่ำ บนศาลาสวดมนต์จะมี พระพุทธรูปประดิษฐาน ให้ พุทธศาสนิกชน ได้กราบไหว้กัน อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวที่งดงามอีกหนึ่งจุดมองไป เบื้องหน้าเป็นวิวของอำเภอแจ้ห่ม มองไปด้านหลังเป็นเจดีย์องค์เล็กองค์น้อยประดิษฐานอยู่บนยอดภูเขาราวกับมีคนจับวาง

เมื่อเราเดินทางไปถึง ที่จอดรถ ของวัด ทางวัดจะมีรถรับ-ส่งเพื่อขึ้นไปยังด้านบนค่ะ ราคา 90 บาท/คน รวมทั้งไป-กลับแล้ว พอเรานั่งรถไปถึง จะเห็นของอุโบสถ ซึ่งประดิษฐาน พระนิรันตรายองค์จำลอง พระพุทธรูปประจำ พระองค์ของรัชกาลที่ 4 และ พระบรมเจดีย์องค์ใหญ่ ซึ่งภายในประดิษฐานพระประทาน 4 ทิศ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยค่ะ

นอกจากนี้ยังมี วิหารพระสมปรารถนา ประดิษฐาน พระสมปรารถนา สามารถแวะไปกราบสักการะขอพรได้ จากชั้นล่างของวัดนี้สามารถมองเห็นส่วนของวัดชั้นบนที่มีเจดีย์สีขาวตั้งอยู่บนยอดเขาอีกด้วย เป็นมุมสวยๆ ที่เหมาะในการถ่ายรูปจริงๆ 

การเดินขึ้นไปด้านบน ยอดเขา ของวัดนั้น หลังจากที่มีการพัฒนาปรับปรุงวัด ทำให้มีทางเดิน และบันไดที่สะดวกสบายขึ้นค่ะ โดยเราจะต้องเดินเท้าขึ้นจาก ลานจอดรถภูผาหมอก ระยะทางประมาณ 300 เมตร ก็จะถึงจุดที่ 2 ของวัดซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน รอยพระพุทธบาทใหญ่ และ รอยพระพุทธบาทคู่  แนะนำว่าให้ ใส่รองเท้า ที่สบายๆ อย่างรองเท้าผ้าใบมาค่ะ จะเหมาะที่สุด เพราะทางเดินไม่ได้มีแค่บันไดอย่างเดียว ยังมีจุดที่เป็นทางดินลาดชันด้วย

จากนั้นเดินต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อขึ้นยอด ดอยภูผาหมอก บนยอดดอยนั้นประกอบด้วย พลับพลารับเสด็จ องค์พระธาตุสีทอง และ เจดีย์สีขาว ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาในลักษณะที่งดงามและน่าอัศจรรย์มากๆ 

เจดีย์ที่ ประดิษฐาน อยู่บนยอดเขานั้นมีมากกว่า 10 องค์ด้วยกัน สร้างลดลั่นตามไหล่เขากันไป ด้วยแรงศรัทธาของพระสงฆ์ และ ชาวบ้าน ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างยาวนานนับ 10 ปี และภายในเจดีย์บรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ชาวบ้านเคารพบูชาค่ะ

 อีกทั้งจากด้านบนนี้ยังเป็น จุดชมวิว ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถชมทิวทัศน์ของภูเขาสีเขียว และ อำเภอแจ้ห่มแบบกว้างไกล 360 องศาเลยทีเดียว 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ เที่ยวไทย

site web